หนังบ้าอะไรชื่อยาวโคตร

The Assassination Of Jesse James By The Coward Robert Ford

ใครที่ชอบดูหนังคาวบอยคงเคยได้ยินชื่อของ ‘เจสซี่ เจมส์’ มาบ้างไม่มากก็น้อย

เจสซี่ เจมส์ (Jesse Woodson James) เกิดเมื่อ วันที่ 5 กันยายน 1847
เป็นพวกนอกกฎหมายอเมริกัน
เป็นหัวหน้ากลุ่มโจรที่เรียกตนเองว่า “James-Younger Gang”
ในช่วงที่อเมริกาเกิดสงครามกลางเมือง แกงค์ของ เจสซี่ เจมส์ เข้าร่วมกับพวกฝ่ายใต้
ออกปล้นพวกฝ่ายเหนือโดยอ้างอุดมการณ์ทางการเมือง
ทำให้ประชาชนฝ่ายใต้เกิดความนิยมชมชอบไปตามๆ กัน
หนังสือพิมพ์ลงข่าวการปล้นของเขาแต่ละครั้ง
เขายิ่งกลายเป็นฮีโร่ที่เด็กๆ เลือกยึดถือเป็นแบบอย่าง

เด็กชายที่ชื่อ โรเบิร์ต ฟอร์ด เอง ก็เป็นหนึ่งในเด็กหลายคนที่ชื่นชอบ เจสซี่
ถึงขนาดตัดข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ของ เจสซี่ เก็บใส่กล่องเอาไว้ใต้เตียงทุกครั้ง
เมื่อ โรเบิร์ต ฟอร์ด เติบโตขึ้นเป็นหนุ่ม ด้วยวัยเพียง 19 ปี
เขาตัดสินใจเข้าร่วมกับแก๊งค์ของ เจสซี่ ออกปล้นเป็นครั้งแรก

หลายปีผ่านไป ในวันที่ 3 เมษายน 1882 ระหว่างเตรียมแผนการปล้น
เจสซี่ เจมส์ ถอดเสื้อออกและวางปืนไว้ห่างจากตัว
เนื่องด้วยอากาศที่แสนร้อนราวกับอยู่กรุงเทพ
โดยที่ไม่รู้เลยว่านี่คือวันสุดท้ายของตัวเอง

วันนั้น เจสซี่ เจมส์ ถูกยิงเข้าที่ด้านหลังศีรษะ
และคนที่สังหารเขามีนามว่า

โรเบิร์ต ฟอร์ด!!

ในหนังคาวบอยหลายต่อหลายเรื่อง สร้างให้ เจสซี่ เจมส์ เป็นพระเอกที่ทั้งหล่อ และเก่ง
อาจเพราะความนิยมชมชอบที่ชาวอเมริกันมีต่อตัวของ เจสซี่ เจมส์
หรือพูดง่ายๆ ว่าอาจเป็นเพราะสื่อหนังสือพิมพ์ลงข่าวสร้างภาพ
ทำให้ประชาชนทั้งหลายรักโจรคนนี้เพียงเพราะว่าเขาออกปล้นคนของฝ่ายเหนือ ซึ่งเป็นฝ่ายตรงข้าม

จึงไม่แปลกเลย หากคนที่เคยดูหนังคาวบอยที่มี ตัวละคร เจสซี่ เจมส์ เล่นอยู่
ได้มาอ่านบทความข้างต้น แล้วจะเกิดความเกลียด เจ้าหนุ่ม โรเบิร์ต ฟอร์ด
เพราะว่าไอ้เจ้าคนนี้ มันเปรียบได้กับอสรพิษลอบกัดดีดีนี่เอง
คนอะไรยิงไอดอลของตัวเองจากทางด้านหลัง

ผมเองก็มีความรู้สึกเช่นนั้น…..ก่อนที่จะได้ชมภาพยนต์เรื่องนี้

The Assassination Of Jesse James By The Coward Robert Ford 

ภาพยนต์ชื่อยาว (โคตร) ที่มี แบรด พิทท์ รับบทเป็น เจสซี่ เจมส์ เรื่องนี้
เลือกที่จะเล่าเรื่องต่างออกไปจากหนังคาวบอยอื่นๆ ที่ใส่ฉากยิงกันสนั่นจอ เอามันส์
หนังบอกเล่าเรื่องราวอย่างช้าๆ สลับกับงานภาพที่งดงาม
เพื่อดึงให้ผู้ชมดิ่งเข้าไปสู่จิตใจของตัวละคนหลักสองตัวในเรื่อง
ซึ่งนั่นก็คือ เจสซี่ เจมส์ และ โรเบิร์ต ฟอร์ด ซึ่งผู้ที่รับบทตัวละครทั้งสองคนนี้ ก็เล่นได้ดีมากๆ

ไอ้เจ้า โรเบิร์ต ฟอร์ด คนนี้ มันยิง เจสซี่ เจมส์ ตายเพียงเพราะเงินรางวัล
ตามที่หลายคนเคยรู้มาจริงหรือ? และอะไรที่สามารถทำให้เด็กที่เคยชื่นชอบ เจสซี่ เจมส์
ประหนึ่งฮีโร่ของเขา ตัดสินใจเลือกที่จะชักปืนออกมายิงใส่ฮีโร่ของเขาเองจากทางด้านหลัง?
เรื่องนี้ คุณคงต้องไปหาคำตอบกันเอาเองในหนัง สำหรับผมแล้วบทสรุปของภาพยนต์เรื่องนี้
มันทำให้ผมหดหู่ จนคิด – เขียน อะไรไม่ได้ไปเลยตลอดหลายวัน
เป็นภาพยนต์อีกหนึ่งเรื่องที่ผมชอบมากครับ

ปล. เตือนอีกครั้งว่านี่ไม่ใช่หนังแอ๊คชั่น ตัวหนังเล่าเรื่องได้เนิบ เนือยมาก
หากใครไม่ชอบหนังสไตล์นี้ก็แนะนำให้ผ่านไปได้เลยครับ
ถ้าไม่เสียดายก้อนความคิดดีดี ที่ตัวหนังทิ้งไว้ให้ได้ขบคิดกันต่อในตอนจบ

คนเราทุกคนมีบุคคลที่ชื่นชมอยู่ในดวงใจ โรเบิร์ต ฟอร์ด เองก็เช่นเดียวกัน
เมื่อครั้งยังเด็ก เขามองภาพของเจสซี่ เจมส์ เป็นพระเอก เป็นฮีโร่
เป็นคนที่เขา ‘ไฝ่ฝันอยากจะเป็น’ แต่เมื่อได้รู้จักกับตัวตนที่แท้จริงของ
เจสซี่ เจมส์ แล้ว ความคิดของเขาก็ค่อยๆ แปรเปลี่ยนไป

เจสซี่ เจมส์ ตัวเป็นๆ ที่ โรเบิร์ต ฟอร์ด ได้สัมผัส ไม่ใช่พระเอกเหมือนในนิยายเล่มบางๆ
ที่เขาเคยซื้อมาอ่านและเก็บสะสมเอาไว้ในกล่องใต้เตียง
ไม่มีอุดมการณ์สูงส่งในการปล้นเหมือนอย่างที่ข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ได้เขียนเอาไว้
เขาเป็นเพียงมนุษย์ปุถุชนธรรมดาคนหนึ่ง (ที่ค่อนข้างจะโหดเหี้ยมอำมหิตเลยทีเดียว)
เป็นคนอารมณ์แปรปรวน เดาอารมณ์ได้ยาก และเป็นคนชนิดที่ว่าหากใครได้อยู่ใกล้แล้วจะอึดอัด
จนทำตัวไม่ถูก ซ้ำร้ายยังเห็น โรเบิร์ต ฟอร์ด เป็นแค่ลูกกระจ๊อกธรรมดา ไม่ใช่คนสลักสำคัญอะไรในชีวิต

และนั่นอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ให้ โรเบิร์ต ฟอร์ด รู้สึกผิดหวัง
จนเกิดความรู้สึกที่เรียกว่า ‘ทั้งรัก..ทั้งชัง’ 

ภาพยนต์สร้างบรรยากาศแสนอึดอัดตรงนี้ได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว
เราจะรู้สึกได้ถึงบรรยากาศโคตรอึดอัดที่ว่า จนกระทั่ง ตัวละคร เจสซี่ เจมส์ ในเรื่องได้ถูกยิงตายไป
หลังจากฉากนั้น หนังก็เริ่มผ่อนคลาย จนเรารู้สึกหายใจได้ทั่วท้องมากยิ่งขึ้น
แต่มันก็เป็นเวลาเพียงไม่นาน เหมือนคลื่นลมที่สงบก่อนที่จะเกิดพายุยังไงยังงั้น

ในงานศพของ เจสซี่ มีผู้คนมาร่วมงานนับพัน มีคนนำรูปภาพของ เจสซี่ ที่ถ่ายจากงานศพ
ไปวางขายตามร้านขายของที่ระลึกทั่วไป และยังมีคนอีกมากมาย
เดินทางไปชมบ้านหลังที่ เจสซี่ ถูกยิงตาย (จน ตอนนี้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวไปแล้ว)

บ้านที่ เจสซี่ ถูกยิงตาย ในปัจจุบัน

“ตั้งแต่เกิดมาผมก็เหมือนไม่เคยมีตัวตนอยู่แล้ว”

คือประโยคที่ โรเบิร์ต ฟอร์ด พูดกับนายตำรวจคนหนึ่ง
ในตอนที่เขาตัดสินใจเป็นสายให้กับตำรวจ เขาอยากมีชื่อเสียงโด่งดังเหมือนกับ เจสซี่
ตั้งแต่ยังเป็นเด็ก เมื่อเขาได้รู้จักกับตัวตนที่แท้จริงของ เจสซี่
และพบว่า เจสซี่ ก็คือ อาชญากรทั่วไป มันจะเป็นอะไรไปหากเขาจะสังหาร เจสซี่ เจมส์
เพื่อแลกกับเงินทอง และชื่อเสียงของตนเอง

แต่หลังจากกระสุนสังหารถูกลั่นออกไป เหตุการณ์กลับไม่เป็นไปอย่างเขาหวัง
ผู้คนจำนวนมากต่างพากันเกลียด เจ้าหนุ่ม โรเบิร์ต ฟอร์ด จนถึงขนาดมีคนแต่งเพลงด่ากันเลยทีเดียว 

โรเบิร์ต ฟอร์ด ยังทำมาหากินด้วยการล่อเป้า อย่างเปิดการแสดงโชว์
โดยจำลองเหตุการณ์ในวันที่เขาสังหาร เจสซี่ โดยมีผู้คนสนใจพากันมาดู (และด่า)
เป็นจำนวนมาก หลังจากนั้นเขาก็ตัดสินใจเก็บตัวเงียบๆ อยู่ในร้านเหล้าของตัวเอง 

โรเบิร์ต ฟอร์ด เสียชีวิตในร้านเหล้าของตัวเองหลังจากนั้นเพียงไม่กี่ปี
โดยถูกคนที่รัก เจสซี่ เจมส์ บุกเข้ามายิงถึงในร้าน มือสังหารติดคุกอยู่ไม่กี่ปี
ก่อนที่จะถูกปล่อยตัวออกมาเพราะประชาชนช่วยกันล่ารายชื่อจนรวมกันได้กว่าเจ็ดพันคน
แล้วส่งจดหมายไปถึงรัฐ เพื่อขอให้รัฐช่วยปล่อยตัวมือสังหาร โรเบิร์ต ฟอร์ด คนนี้

งานศพของ โรเบิร์ต ฟอร์ด ถูกจัดขึ้นอย่างเงียบเหงา
ไม่มีผู้คนหลายพันไปร่วมงานเหมือนอย่างของ เจสซี่ เจมส์…

รูปถ่ายของเขาไม่เคยถูกนำไปขายเป็นของที่ระลึกตามร้านขายของที่ไหน…

และบ้านของเขาก็ไม่เคยมีใครคิดอยากจะเดินทางไปดู…

โรเบิร์ต ฟอร์ด เคยพูดกับภรรยาว่า ในวันที่เขาสังหาร เจสซี่ เจมส์ นั้น
ขามีอายุเพียง 20 ปี เขาเพียงอยากจะได้ยินเสียงปรบมือจากผู้คนบ้างในการกระทำนั้น
แต่น่าแปลกใจที่ไม่มีใครปรบมือให้เขาเลย…

มนุษย์เราใช้อะไรวัด ความดี กับ ความเลว…

ในความจริงของเรื่องราวทั้งหมดนี้ ผมเองก็ตอบไม่ได้ว่าใครเป็นพระเอก หรือว่าใครเป็นผู้ร้ายกันแน่
ในความเป็นคนไม่มีใครสมบูรณ์แบบทุกอย่าง โลกใบนี้ มันไม่มี สีดำ หรือสีขาว ที่แท้จริงหรอกครับ

อย่าเชื่อในสิ่งที่ตัวเองเคยได้ยินหรือได้ฟังมา 
หากคุณยังไม่ได้ทำความรู้จักกับตัวตนของมนุษย์ผู้นั้นอย่างใกล้ชิดเลยครับ

เพราะเราต่างยังต้องอยู่บนโลกสีเทาใบนี้ไปอีกนาน…

Over 20 years of experience in Creative supervision, Video Production, and Post-production coordination. Flexibility for adapting to changes and to work independently. Ability to Multi-task. Capability of writing: editorial, article, short novel, book, drama script, movie script, Ad script.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Back To Top